ชาวปาตานี 6 พันคน รวมตัวกดดันอิสรอเอล – ประกาศเคียงข้างปาเลสไตน์

ชาวปาตานี 6 พันคน รวมตัวกดดันอิสรอเอล – ประกาศเคียงข้างปาเลสไตน์
.

อิสมาอีล ฮายีแวจิ : เขียน

กูยิ อีแต : ภาพ

.

พี่น้องชาวมลายูมุสลิมปาตานี/จังหวัดชายแดนใต้ 6 พันกว่าคนรวมตัวกันกดดันปฏิบัติการอิสรอเอลต่อปาเลสไตน์ ดร.อาฮามัดกาแม เผยที่ผ่านมาสื่อกลบข่าวสารและบิดเบือนให้ปาเลสไตน์เป็นผู้ก่อการร้าย ดร.อิบรอฮีม ระบุ ตรรกะผิดเพี้ยน การลุกขึ้นมาปกป้องประเทศตัวเองจะกลายเป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร ต้องเป็นผู้รุกรานคนอื่นสิ คือ ผู้ก่อการร้ายตัวจริง

.

ด้าน ชารีฟ แจ้ง ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน อย่าเป็นเหยื่อของข้อมูลข่าวสาร ผศ.ดร.มุสลิม วอนขออย่าหยุดติดตามเรื่องราวปาเลสไตน์ อย่าทอดทิ้งพวกเขา อย่างเงียบหายตามกระแส และอย่าหยุดที่จะดุอาให้พวกเขา

.

วันนี้ 4 พ.ย. 2566 เวลา 09.00 น. สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และชมรมตาดีกาจังหวัดปัตตานี (PUSTAKA) ร่วมจัดกิจกรรมละหมาดฮายัตขอพรเพื่อพี่น้องชาวปาเลสไตน์ ในนาม “ชาวมลายูมุสลิมปาตานี” ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 6,000 คน (คลิ๊กลิงค์เพื่อดูภาพเคลื่อนไหวประกอบ https://fb.watch/o5KiMVIGR7/)

.

ในงานเริ่มต้นด้วยการชี้แจงถึงวัตถุประสงค์และกำหนดการของกิจกรรมที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 – 11.30 น. ผู้เข้าร่วมเดินทยอยเดินทางเข้ามารวมตัวกันในบริเวณมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เรียงแถวกันยาวหลายร้อยแถวด้วยกันเพื่อรอละหมาดฮายัต หรือ ละหมาดขอพรจากพระเจ้าเอกองค์อัลลอฮฺ ซ.บ. ที่คนนับถือศาสนาอิสลามนับถือ

.

ต่อมาหลังเสร็จสิ้นจากการละหมาดผู้เข้าร่วมออกมารวมตัวกันบริเวณลานหน้ามัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีเพื่อฟังการปราศรัยจากผู้นำศาสนาและบรรดานักวิชาการและปิดท้ายด้วยการแถลงข้อเรียกร้องที่นำโดยสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ

.

ดร.อาฮามัดกาแม แวมูซอ รองประธานคณะกรรมการอิสลามอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นการรวมตัวเพื่อชี้ให้เห็นว่าเรายังเป็นพี่น้องกัน รวมตัวกันในนามมนุษย์ที่ถูกอธรรมด้วยกัน ในฐานะที่เราเป็นคนมุสลิมด้วยกัน ไม่มีวันไหนที่เราสามารถนิ่งเฉยได้หากพี่น้องเราถูกกดขี่ ขมเหง โดยผู้อธรรม เราทุกคนต้องมีความรู้สึกซิมพาร์ทตี้กับชาวปาเลสไตน์ ในฐานะที่เรานับถือศาสนาเดียวกัน มีพระเจ้าองค์เดียวกัน

.

ประเด็นปาเลสไตน์ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่มันเกิดขึ้นมาหลายสิบปีมาแล้ว มันเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 จนถึงปัจจุบัน แต่โลกถูกกลบด้วยสื่อฝ่ายอธรรม พวกเขาบิดเบือนเพื่อให้ชาวโลกเข้าใจว่าชาวปาเลสไตน์เป็นผู้ก่อการร้าย ทั้งที่จริงยิว ไซออนิสต์ คือ ตัวการ แต่มายุคนี้เชื่อว่าชาวโลกทราบแล้วว่าฆาตกรตัวจริงเป็นใคร

.

ดร.อิบรอฮีม ยานยา นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า วันนี้เรารวมตัวกันเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปาเลสไตน์ เรารวมตัวกันด้วยอีหม่าน เรารวมตัวกันด้วยความศรัทธาที่เหมือนกัน

.

ทุกคนทราบหรือไม่ว่า เดิมทีชาวยิวไซออนิสต์ไม่มีแผ่นดินเป็นของตัวเอง พวกเขาเป็นชาวเร่ร่อน มีอยู่ทุกที่ ทุกประเทศ ทั่วทุกมุมโลก พวกเขามาขออาศัยอยู่ในประเทศคนอื่นทุกๆ ที่ แต่เมื่อความโอหังของชาวยิวที่มีติดอยู่ในสายเลือดของตนเอง ต้องการครอบครองดินแดนคนอื่นให้เป็นของตัวเอง เขาเลยรวมตัวกันในนามขบวนการไซออนิสต์ มีหัวหน้า มีทีมงานอย่างเป็นระบบ ทำงานเป็นขบวนการ

.

วันหนึ่งชาวยิวได้มาขออาศัยอยู่ในแผ่นดินปาเลสไตน์ สักพักก็ได้จัดตั้งประเทศเป็นของตัวเองตามที่วาดฝันไว้โดยการช่วยเหลือของรัฐบาลในยุโรป หลังจากนั้นกระบวนการไล่ล่าเจ้าของประเทศก็เกิดขึ้น ชาวอิสรอเอลเริ่มไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากประเทศของตนเอง พวกเขารุกคืบยึดดินแดนปาเลสไตน์เกือบทั้งหมด เข่นฆ่าผู้คนที่ขัดขืนการกระทำอันระยำของพวกเขา

.

ชาวปาเลสไตน์กลับต้องเร่ร่อนลี้ภัยไปยังประเทศต่างๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า ถึงแม้ว่าชาวปาเลสไตน์จะไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่เคยหยุดที่จะสู้ พวกเขาสู้กับผู้รุกรานจนประชาคมโลกประโคมว่า พวกเขา คือ กลุ่มก่อการร้าย ทั้งๆ ที่ผู้ยึดครองและรุกรานเขา คือ อิสรอเอล

.

ลองคิดดูอย่างมีเหตุมีผล เจ้าของประเทศที่ลุกขึ้นมาปกป้องแผ่นดินของตัวเองจะกลายเป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร ในเมื่อผู้รุกรานประเทศคนอื่นตัวจริง คือ ชาวยิว คือ อิสรอเอล ตรรกะผิดเพี้ยนอย่างนี้พวกเรายอมรับได้อย่างไร

.

ผศ.ดร.มุคลิส คาเร็ง อาจารย์ประจำสถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้ขบวนการไซออนิสต์บุกทำร้ายชาวปาเลสไตน์ทุกวัน บ้านเรือนเสียหาย อาคารหักปรักพัง เด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ กลายเป็นเหยื่อเสียชีวิตไปแล้วเกือบหมื่นคน

.

ฉะนั้น วันนี้เราอย่าพึ่งเบื่อที่จะติดตามข่าวสารของพี่น้องเรา เราต้องร่วมกันพูดถึงเรื่องราวปาเลสไตน์ เราอย่าทอดทิ้งชาวปาเลสไตน์ ถึงแม้กระแสโซเชียลจะเงียบลง แต่เราอย่างเงียบตาม เราต้องช่วยกันติดแฮชแท็ก ช่วยกันแชร์ถึงความจริงที่โหดร้ายของชาวยิวไซออนิสต์

.

และที่สำคัญที่สุดอย่าหยุดดุอาให้กับพวกเขา ดุอา ขอพร เพื่อให้อัลลอฮฺช่วยเหลือพวกเขา เพื่อให้อัลลอฮฺสร้างความเข้มแข็งให้กับพวกเขา

.

ชารีฟ สะอิ เลขาธิการ สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) กล่าวว่า ในฐานะผู้จัดงาน เราสร้างพื้นที่เพื่อให้ทุกคนในพื้นที่แห่งนี้มารวมตัวกันในที่เดียวกัน เพื่อระบายถึงความรู้สึกที่เรามีต่อความเจ็บแค้นของชาวปาเลสไตน์ หลังจากนี้กิจกรรมในลักษณะนี้จะมีให้เห็นเป็นหย่อมๆ ทั่วภูมิภาค

.

ประเด็นปาเลสไตน์นอกจากเป็นประเด็นด้านมนุษยธรรมแล้ว มันยังเป็นประเด็นด้านศาสนาด้วย แต่ก็อยากฝากให้ชาวไทยทุกคนศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ให้รอบด้าน อย่าพึ่งสร้างความเกลียดชังระหว่างเราในประเทศแห่งนี้ เรามากางความจริงและพูดถึงความจริงกันอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากผลต่างการเมือง อย่าเป็นเครื่องมือของข้อมูลที่บิดเบือน รู้เท่าทันหน่วยข่าวไอโอที่ปั่นข้อมูลให้พวกเราเข้าใจผิดกันเอง

.

เรารู้ดีว่าเราจะเรียกร้องผ่านรัฐบาลของเราไม่ได้ เราจึงเรียกร้องผ่านประชาคมโลก เรียกร้องผ่านกฎหมายโลก และเรียกร้องผ่านกลไกลของโลก ถ้าอิสรอเอลไม่หยุดโจมตีชาวปาเลสไตน์ เชื่อว่าแคมเปญในลักษณะนี้จะมีการยกระดับการกดดันเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอน แต่สิ่งสำคัญคือตัวกลาง คือ สื่อสารมวลชน คุณต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา

.

สำหรับการรวมตัวครั้งนี้ในนามชาวลายูมุสลิมปาตานี หรือ จังหวัดชายแดนใต้ ที่ระบุในแถลงการณ์มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อด้วยกัน อาทิเช่น (1) ให้อิสรอเอลยุติการปฏิวัติการที่เลวร้ายต่อชาวปาเลสไตน์ทันที (2) ขอให้ประชาคมโลกกดดันผ่านทางการทูตอิสรอเอลให้คำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและกฎหมายสากลว่าด้วยการทำสงคราม และ (3) ขอให้พี่น้องประชาชาติมุสลิมทั่วโลก “โปรดอย่านิ่งเฉย” และช่วยกันดุอาให้กับปาเลสไตน์