
“ทนายอาบีบุสตา” ชวนถอดบทเรียนกรณี ศาลยกฟ้อง “อาร์ฟาน” คดีขุดศพยาห์รี – หลักนิติธรรมต้องเคารพบริบทพื้นที่
.
เขียน : อิสมาอีล ฮายีแวจิ
.
คดีที่หลายคนจับตามองในจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี จบลงด้วยคำพิพากษายกฟ้อง แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือแนวทางและบทเรียนที่ศาลวางไว้เกี่ยวกับการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ที่อ่อนไหวทั้งด้านศาสนาและวัฒนธรรม
.
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่คดีหนึ่ง แต่คือ “บทสะท้อน” ของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ปาตานีโดยตรง
.
#จุดเริ่มต้นของคดี
.
คดี “ขุดศพยาห์รี” เริ่มต้นเมื่อมีคนพบศพชายนิรนามในแม่น้ำสุไง-โกล ตรงเขตแดนระหว่างไทย-มาเลเซีย ในวันที่ 28 ก.ย.2565 ต่อมาภรรยาและมารดาของนายยาห์รี ดือเลาะ มาแสดงตัวตนยืนยันว่าเป็นศพของยาห์รี ซึ่งตนเป็นภรรยาและมารดา จึงได้รับศพกลับไปทำพิธีทางศาสนา
.
หลังจากนั้นสองเดือน (วันที่ 10 ธ.ค.2565) เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเพื่อจะเข้าไปขุดศพชายนิรนามที่ทางญาติเชื่อว่าเป็นศพของยาห์รีขึ้นมา เพื่อพิสูจน์อีกครั้งหลังจากตรวจพบว่าลายนิ้วมือของศพดังกล่าวไม่ตรงกับนายยาห์รี
.
แต่ทางญาติและชาวบ้านไม่ยินยอม จึงเกิดการปะทะคารม โต้เถียงกันในที่เกิดเหตุ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ นายอาร์ฟาน วัฒนะ นักเคลื่อนไหวประเด็นสิทธิมนุษยชนสังกัด The PATANI ได้เข้าไปช่วยพูดคุยทำความเข้าใจและเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างทางญาติและชาวบ้าน กับทางเจ้าหน้าที่
.
#คนกลางกลายเป็นจำเลย
.
ต่อมานายอาร์ฟาน กลายเป็น “จำเลย” ถูกเจ้าหน้าฟ้องในข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งมาตรา 116 คือปลุกระดมให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง รวมทั้งข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้า จนนำไปสู่การต่อสู้คดีอย่างต่อเนื่อง
.
#ศาลยกฟ้องจำเลย
.
และวันนี้คดีได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลย โดยมีรายละเอียดพิพากษาบางส่วนพอสรุปได้ว่า “จำเลยและประชาชนพยายามถามหาหลักการทางศาสนา โดยไม่ปรากฏว่าจะก่อความรุนแรงใดๆ บ่งชี้ได้ว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขาวงเจ้าพนักงาน ดังนั้นการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด ศาลจึงพิพากษา “ยกฟ้อง””
.
#ทนายชวนถอดบทเรียน
.
ทนายอาบีบุสตา ดอเลาะ ซึ่งเป็นทนายของนายอาร์ฟาน ได้ชวนถอดบทเรียนกรณีนี้ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว (Arbibusta Dorloh) ว่า “ในฐานะทนายความจำเลย ผมเห็นว่าคำพิพากษานี้มีเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสาธารณะ เนื่องจากศาลได้วางหลักการบางอย่างในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐในการทำงานในพื้นที่ปาตานีที่ต้องคำนึงถึงบริบทและมิติต่างๆให้รอบคอบ
.
โดยทนายอาบีบุสตา ระบุถึง 4 ประเด็นหลักจากคำพิพากษา โดยผู้เขียนขออนุญาติสรุปให้กระชับมากขึ้นดังต่อไปนี้
.
#การวิจารณ์ไม่ใช่อาชญากรรม
.
(1) แม้พฤติกรรมของจำเลยดูเหมือนเป็นการโจมตีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการ ป้องปราม และกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง ยึดหลักความชอบธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบางทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างชายแดนใต้
.
#การขุดศพเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางศาสนา
.
(2) เจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรรีบตัดสินใจมอบศพไปประกอบพิธีฝังศพ โดยไม่รอผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ให้แน่ชัดเสียก่อนว่าศพผู้ตายเป็นบุคคลใด เนื่องจากตามหลักศาสนาอิสลาม การขุดศพมุสลิมเป็นสิ่งต้องห้าม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นชัดเจน ทั้งในแง่ของการดำเนินคดีและในทางการแพทย์ จึงอนุโลมให้ทำการชันสูตรพลิกศพที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น
.
#ขั้นตอนการชันสูตรต้องผ่านการยินยอมหลายฝ่าย
.
(3) ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองศพ อิหม่ามประจำมัสยิด คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ตามลำดับ และการชันสูตรพลิกศพจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้รู้ทางศาสนาอิสลาม
.
#ต้องให้เกียรติศพและปฏิบัติด้วยความนุ่มนวล
.
(4) การดำเนินการชันสูตรต้องเป็นไปอย่างนุ่มนวล ละมุนละไม ให้เกียรติต่อศพ เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ต้องรีบรวบรวมชิ้นส่วนของศพทั้งหมดเพื่อนำไปฝังตามหลักการศาสนาอิสลามอย่างถูกต้อง
.
#คำฝากจากทนายถึงสังคมปาตานีและเจ้าหน้าที่รัฐ
.
ทนายอาบีบุสตา ระบุว่า “ในโอกาสนี้ ผมอยากสื่อสารต่อสังคมปาตานี ที่ปรากฏข้อเท็จจริงกรณีมีการเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ อาทิ การปะทะหรือเสียชีวิตขณะอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่
.
จากนั้นมีญาติและประชาชน มักรีบจะนำศพของผู้เสียชีวิตมาทำพิธีทางศาสนา แม้ในทางหลักการศาสนาการทำพิธีฝั่งศพโดยเร็วเป็นสิ่งที่พึงกระทำ แต่ไม่ใช่กรณีที่ไม่มีข้อยกเว้นเสียทีเดียว
.
การตรวจสอบความถูกต้อง การวินิจฉัยหรือการพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ บางครั้งก็ต้องใช้เวลา ซึ่งหากไม่รอบคอบอาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้ ซึ่งน่าเห็นใจ ทำช้าโดนชาวบ้านด่า ทำเร็วก็อาจใช้ดุลพินิจพลาดได้
.
ส่วนเจ้าหน้าที่พึงเข้าใจบริบทของคนปาตานีในหลายมิติ ศาสนา วัฒนธรรม ความขัดแย้งและพื้นที่ที่มีการขัดกันด้วยอาวุธ ยอมรับว่า ความไม่ไว้วางใจ ความไม่เชื่อมั่น ต่อกลไกต่างๆของรัฐโดยประชาชนเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง” ทนายอาบีบุสตา ระบุ
.
#ความโปร่งใสเริ่มจากการให้มีส่วนร่วม
.
ทนายอาบีบุสตา ระบุต่อว่า “การเปิดช่องให้ภาคประชาชน ญาติ หรือแม้กระทั้งกลไกลระหว่างประเทศ มีส่วนร่วมในกระบวนการต่างๆ จะช่วยให้ชาวบ้านได้เห็นด้วยตนเอง เป็นสิ่งเป็นที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อความสบายใจของประชาชนและความโปร่งใสในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ
.
ด้วยประวัติศาสตร์บาดแผลเหตุการณ์ต่างๆ ที่คนในพื้นที่ไม่พอใจเจ้าหน้าที่รัฐมีจำนวนมากสั่งสมมาหลายปี หลักที่ว่า “เจ้าหน้าที่เป็นคนกลาง” ไม่เคยมีความขัดแย้งหรือสาเหตุโกรธเคืองกับชาวบ้านมาก่อน ไม่มีเหตุระแวงสงสัยที่จะกลั้นแกล้งชาวบ้าน น่าจะไม่เพียงพอแล้ว
.
การเปิดช่องทางให้ประชาชน เข้ามาสอดส่องตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางของการทำงาน แน่นอนว่าจะเพิ่มภาระหรืออุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่มากก็น้อย
.
แต่อย่างไรก็ตาม หากทุกฝ่ายมีความตั้งใจที่จะหาทางออกเพื่อลดปัญหาต่างๆ น่าจะออกแบบการมีส่วนร่วมหรือการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่โดยประชาชนมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนได้ และขณะเดียวกันก็ต้องไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย” ทนายอาบีบุสตา ระบุทิ้งท้าย
.
#ความยุติธรรมเริ่มต้นจากการฟังและการเปิดเผย
.
ดังนั้น ผู้เขียนเห็นว่าคำพิพากษานี้ไม่เพียงยุติคดีหนึ่งคดีใด แต่ยังเผยให้เห็นแสงสว่างของแนวทางใหม่ ที่ทุกฝ่ายควรเดินหน้าไปด้วยกัน
.
เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้าใจบริบททางสังคม วัฒนธรรม และศาสนาอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ประชาชนควรได้รับพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและติดตามการทำงานอย่างโปร่งใส
.
หากรัฐจะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาในพื้นที่ที่เปราะบางที่สุดของประเทศ ก็ต้องเริ่มจาก “การฟัง” และ “การให้ประชาชนเห็นด้วยตาตัวเอง” ว่าความยุติธรรมเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่
.
#ที่มาของข้อมูล: อาบีบุสตา ดอเลาะ (2568, 25 เมษายน). เคสขุดศพยาห์รี ที่นายอาร์ฟาน วัฒนะ ถูกดำเนินคดีข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และยุยงปลุกปั่น ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยพ้นมลทินแล้ว. Arbibusta Dorloh. https://www.facebook.com/share/p/1AWKLeyfEa/