
“MELAYU RAYA 2026” สายบุรี ปาตานี คึกคัก ท่ามกลางสัญญะรัฐในพื้นที่เสรีภาพ
.
อิสมาอีล ฮายีแวจิ : เขียน/เรียบเรียง
.
บรรยากาศที่หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม 2569 เต็มไปด้วยประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมกิจกรรม “MELAYU RAYA 2026” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 ทุกๆ วันที่ 3 ของวันตรุษอิดิ้ลฟิตรี ในฐานะเวทีรวมตัวของชาวมลายูในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี
.
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายหลังเดือนรอมฎอน โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและประชาชนได้แสดงออกทั้งตัวตน ความคิด และอัตลักษณ์ของตนเอง รวมถึงสร้างความเข้าใจและการยอมรับความเป็นมลายูในระดับสังคมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศโลกมลายู
.
อีกทั้งยังเป็นจุดศูนย์กลางเพื่อพบปะและกล่าวปฎิญาณร่วมกันที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
.
“ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก หลายหมื่นคน และเป็นหนึ่งในกิจกรรมรวมตัวของกลุ่มชาติพันธุ์มลายูที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน” อานัส พงค์ประเสริฐ ที่ปรึกษามลายูรายา ระบุผ่านสื่อ The Active
—————
.
- ประวัติความอ่อนไหว : จากเวทีมลายูรายอสู่คดีความมั่นคง
- “ธงชาติ” กับบทบาทฝ่ายความมั่นคงในปี 2569
- ธงชาติในพื้นที่สาธารณะ : รัฐใช้สัญญะสื่อสารอำนาจ
- ความต่อเนื่องของการกำกับพื้นที่
- “พื้นที่แสดงออก” ที่ยังมีเงื่อนไข
- ตัวอย่างคดี 2547-2567 สะท้อนเสรีภาพภายใต้เงื่อนไขความมั่นคง
- เปิดพื้นที่แต่ไม่ไว้วางใจ : เสรีภาพที่ยังคงอยู่ในกรอบความมั่นคง
- บทสรุป : เสรีภาพที่ยังต้องต่อรอง สะท้อนว่ายังไม่ใช่ “พื้นที่ปลอดภัย”
—————

ประวัติความอ่อนไหว : จากเวทีมลายูรายาสู่คดีความมั่นคง
.
1- แม้งานจะถูกสื่อนำเสนอในมิติทางวัฒนธรรม แต่ในอดีตกิจกรรมลักษณะนี้เคยถูกดำเนินคดีในมิติความมั่นคง
.
2- รายงานสัมภาษณ์ที่ปรึกษามลายูรายา ระบุว่า ในการจัดงานช่วงแรก (ปี 2565) มีนักกิจกรรมอย่างน้อย 9 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรง เช่น “อั้งยี่ซ่องโจร” โดยหน่วยงานความมั่นคง ที่ชื่อว่า “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า”
.
3- เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รูปแบบของงานในปีต่อๆ มา ถูกปรับให้เน้นธีมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และสาธารณะมากขึ้น เพื่อลดแรงปะทะกับรัฐและฝ่ายความมั่นคง
—————
.

“ธงชาติ” กับบทบาทฝ่ายความมั่นคงในปี 2569
.
4 – ข้อสังเกตจากภาคสนามและกระแสจากโซเชียลมีเดียก่อนเริ่มงาน 1 วัน แต่ยังไม่มีรายงานทางการ มีการปรากฏของสัญญะรัฐในพื้นที่กิจกรรมอย่างชัดเจนกว่าทุกปีที่ผ่านมา
.
5 – มีการติดตั้ง “ธงชาติไทย” ตามเสาไฟฟ้าเกือบตลอดแนวเส้นทางเข้าสู่พื้นที่จัดงาน
.
6 – รวมทั้งการติดตั้งธงชาติไทยขนาดใหญ่บริเวณใกล้เวทีหลักของงาน MELAYU RAYA 2026
.
7 – ทั้งนี้ ยังไม่พบเอกสารหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับการติดตั้งดังกล่าว
—————
.

ธงชาติในพื้นที่สาธารณะ : รัฐใช้สัญญะสื่อสารอำนาจ
.
8 – รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วิเคราะห์ถึงการปรากฏของธงชาติไทยในพื้นที่จัดกิจกรรมว่า “การตอบสนองของรัฐเป็นการรีแอคชั่น หรือการรับมือของรัฐในพื้นที่ เพื่อต่อสู้และช่วงชิงความหมายในพื้นที่สาธารณะ
.
9 – ภาษาเชิงสัญลักษณ์ ธงชาติทำหน้าที่เป็นภาษาหนึ่งที่รัฐใช้สื่อสารว่า ที่นี่คือประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนิยามความเป็นไทย คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” รศ.เอกรินทร์ กล่าว
.
10 – ด้านอาจารย์ยามารุดดิน ทรงศิริ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้ความเห็นในทิศทางสอดคล้องกันว่า “การปรากฏของธงชาติและสัญลักษณ์ของรัฐในพื้นที่กิจกรรม หรือ หน่วยงานความมั่นคงแต่งตัวด้วยชุดไทย ณ จุดตรวจของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง เป็นการแสดงออกเพื่อยืนยันถึงอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของรัฐไทยว่า
.
11 – ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะถูกเรียกว่า จังหวัดชายแดนใต้ หรือปาตานี กิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ภายใต้ดินแดนของรัฐไทย ซึ่งการติดธงชาติและสัญญะต่างๆ เป็นการย้ำให้เห็นถึงข้อเท็จจริงนี้” อาจารย์ยามารุดดิน กล่าว
—————
.

ความต่อเนื่องของการกำกับพื้นที่
.
12 – แม้ว่าในปีนี้จะมีการเรียกแกนนำผู้จัดงานเข้าไปพูดคุยเพื่อชี้แจงรายละเอียดของกิจกรรมล่วงหน้า เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในทุก ๆ ปีที่ผ่านมา แต่หลังจากงานเสร็จสิ้น ยังไม่พบรายงานว่ามีการเข้าไปเยี่ยมบ้านผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามภูมิลำเนาต่าง ๆ แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม มีเพียงแกนนำบางส่วนในจำนวน 9 คน ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีมาก่อน ที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปเยี่ยมถึงที่พักภายหลังการจัดงานหนึ่งวัน
.
13 – จากข้อมูลย้อนหลังในพื้นที่ ผู้จัดกิจกรรมบางส่วนเคยถูกเรียกพูดคุยก่อนและหลังการจัดงานกิจกรรมลักษณะคล้ายกันแม้กระทั้งผู้เข้าร่วมงานเคยถูกกดดันผ่านยุทธวิธีเข้าเยี่ยมบ้าน หรือแม้แต่สกัดตามด่านเข้าสู่งานต่างๆ
.
14 – สะท้อนการตีความว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคง รวมไปถึงพื้นที่การแสดงออกในชายแดนใต้/ปาตานี ยังอยู่ภายใต้การติดตามของฝ่ายความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
—————
.

“พื้นที่แสดงออก” ที่ยังมีเงื่อนไข
.
15 – แกนสำคัญของ MELAYU RAYA คือการสร้าง “พื้นที่สาธารณะ” ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกทั้งด้านวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และความคิดความอ่าน
.
16 – อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเชิงประจักษ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน พบว่า การแสดงออกในสังคมไทย โดยเฉพาะประเด็นการเมืองและความมั่นคง ยังคงมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี
.
17 – การจัดกิจกรรมสาธารณะจำนวนไม่น้อยยังอยู่ภายใต้การตีความของฝ่ายความมั่นคง และการแสดงออกบางรูปแบบอาจนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี
—————
.

ตัวอย่างคดี 2547-2567 สะท้อนเสรีภาพภายใต้เงื่อนไขความมั่นคง
.
18 – ปี 2547 การสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบ และกรณีการบังคับสูญหายของทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องความเป็นธรรมในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี
.
19 – ปี 2559 คดีของ “อัญชนา หีมมิหน๊ะ” เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการซ้อมทรมานในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ถูกหน่วยงานความมั่นคงร้องเรียนหมิ่นประมาท และยุติคดีในปี 2560
.
20 – ปี 2563 คดีของ “อานนท์ นำภา” และแกนนำหลายคน ปราศรัยหน้าราบ 11 ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 โดยศาลมีคำพิพากษาจำคุกคนละ 4 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 2 ปี 8 เดือน
.
21 – ปี 2563 คดีของ “เนติพร เสน่ห์สังคม” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บุ้ง ทะลุวัง” นักกิจกรรมและครูสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จากการปราศรัยเรียกร้องการปฏิรูป โดยระหว่างการถูกคุมขังในกระบวนการพิจารณาคดี ได้อดอาหารประท้วง และเสียชีวิตในปี 2567
.
22 – ปี 2564 คดีของ “ชลธิชา แจ้งเร็ว” หรือ “ลูกเกด” จากการเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบและการชุมนุมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ถูกดำเนินคดีทั้งตามมาตรา 112 และข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แม้เป็นการชุมนุมที่ไม่ได้รวมตัวหนาแน่น โดยต่อมาศาลยกฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่มีคำพิพากษาลงโทษตามมาตรา 112
.
23 – ปี 2566 คดี “MELAYU RAYA” นักกิจกรรม 9 ราย ถูกดำเนินคดีข้อหายุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 รวมถึงกรณี “ประชามติจำลอง” ที่มีนักศึกษาและนักกิจกรรม 5 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน
.
24 – ปี 2566 คดีของ “อัสมาดี บือฮะ” ระหว่างลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่สื่อในกรณีวิสามัญฆาตกรรม ถูกดำเนินคดีข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาตามมาตรา 83, 138, 140 ต่อมาศาลยกฟ้องในปี 2568
.
25 – ปี 2566 กรณีการขุดศพ “ยาห์รี ดือเลาะ” เพื่อตรวจพิสูจน์ ซึ่งญาติคัดค้าน โดย อาร์ฟาน วัฒนะ นักกิจกรรมในพื้นที่เข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ย แต่กลับถูกดำเนินคดีในข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงาน และยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116) ต่อมาศาลยกฟ้องในปี 2568
.
26 – ปี 2566 คดีของ “ไฟซู เจะมะ” นักกิจกรรมชุมชน ถูกดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนใจเจ้าพนักงาน ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (กรณีไลฟ์สดผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่ศรีสาคร)
.
27 – ปี 2566 คดีของ “มูฮัมมัดฮาฟีซี สาและ และ มะนาวาวี ยะโกะ” นักข่าวท้องถิ่นสำนักสื่อ Wartani ถูกดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนใจเจ้าพนักงาน ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (กรณีไลฟ์สดผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่ธารโต)
.
28 – ปี 2566 คดีของ “ฮาซัน ยามาดีบุ” นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์มลายูท้องถิ่นอิสระ ถูกกล่าวหาช่วยเหลือผู้ถูกหมายเรียกคดีความมั่นคง คดียกฟ้องเมื่อต้นปี 2569
.
29 – ปี 2567 คดีพิเศษของ “ซาฮารี เจ๊ะหลง” จากการระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุวิสามัญฆาตกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ผ่านเพจพ่อบ้านใจกล้าฯ
.
30 – ปี 2567 คดีของ “อัญชนา หีมมิหน๊ะ” นำเสนอข้อมูลผ่าน Facebook “ทวงถามค่าน้ำประปา” จากหน่วยทหารนาวิกโยธิน ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และศาลพิจารณายกฟ้องในปี 2568
.
31 – ปี 2568 คดีของ “อับดุลอาฟิร เซ็ง” หรือ “ปะจูมิง” อาสาสมัครนักข่าวสำนักสื่อ Wartani วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ผ่าน Page Facebook ถูกดำเนินคดีตามมตรา 116 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุก 2 ปี 4 เดือน ปัจจุบันอยู่ระหว่างอุทธรณ์
.
32 – สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามต่อ “ขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออก” ในบริบทพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี และไทยภายใต้เงื่อนไขความมั่นคง
—————
.

เปิดพื้นที่แต่ไม่ไว้วางใจ : เสรีภาพที่ยังคงอยู่ในกรอบความมั่นคง
.
33 – รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้ความเห็นต่อการเปิดพื้นที่กิจกรรมในจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี ว่า “แม้จะมีการผ่อนคลายให้สามารถจัดกิจกรรมได้มากขึ้น แต่ยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐ”
.
34 – โดยระบุว่า ลักษณะดังกล่าวเป็นการเปิดพื้นที่ภายใต้ “ความไว้วางใจที่ไม่สนิทใจ” กล่าวคือ ฝ่ายรัฐยังคงมีความหวาดระแวงและติดตามกิจกรรมผ่านกรอบมุมมองด้านความมั่นคงแบบเดิม มากกว่าจะสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างรัฐกับสังคมในพื้นที่
.
35 – พร้อมกันนี้ ยังชี้ให้เห็นความแตกต่างเชิงโครงสร้างระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครกับจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี โดยกล่าวว่า “ในพื้นที่ภาคใต้ ผู้จัดกิจกรรมจำเป็นต้องอ่านเกม และต่อรองกับเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ตลอดเวลา เช่น การถูกเรียกเข้าพบเพื่อชี้แจงและอธิบายถึงรายละเอียดของกิจกรรม
.
36 – ขณะที่ในกรุงเทพฯ การใช้สิทธิในการชุมนุมมีกรอบกฎหมายรองรับค่อนข้างชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ” รศ.เอกรินทร์ กล่าว
.
37 – นอกจากนี้ รศ.เอกรินทร์ ยังมองว่า “ผู้จัดกิจกรรมในพื้นที่ชายแดนใต้ต้องใช้กลยุทธ์การเซ็นเซอร์ตัวเอง โดยปรับถ้อยคำ เนื้อหา หรือธีมของงาน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย
.
38 – เช่น การเน้นประเด็นด้านสถานะของผู้คน อัตลักษณ์ หรือทรัพยากรมนุษย์ แทนการสื่อสารประเด็นทางการเมืองโดยตรง”
—————
.

บทสรุป : เสรีภาพที่ยังต้องต่อรอง สะท้อนว่ายังไม่ใช่ “พื้นที่ปลอดภัย”
.
39 – “MELAYU RAYA 2026” สะท้อนภาพสองด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
.
40 – ด้านหนึ่ง คือ การเติบโตของพื้นที่การแสดงออกถึงอัตลักษณ์มลายู ส่วนอีกด้านหนึ่ง คือ การดำรงอยู่ของกรอบความมั่นคงและการกำกับของรัฐ
.
41 – แม้งานจะดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อยแต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ พื้นที่การแสดงออกในสังคมไทยสามารถเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ได้จริงหรือไม่
.
42 – ไทม์ไลน์ของคดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำว่า การแสดงออกในสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ไม่ได้ดำรงอยู่ในสถานะ “เสรีภาพโดยสมบูรณ์” หากแต่เป็นเสรีภาพที่ต้องดำเนินไปภายใต้เงื่อนไข การต่อรอง และความเสี่ยงทางกฎหมาย
.
41 – และท้ายที่สุดคำตอบของคำถามนี้ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงคนในพื้นที่
แต่ขึ้นอยู่กับทิศทางของโครงสร้างรัฐและสังคมไทยโดยรวมว่าจะเลือก “เปิดพื้นที่” หรือจะยังคง “กำกับพื้นที่” ต่อไปภายใต้กรอบเดิม
—————
.

แหล่งอ้างอิง
.
● The Active Thai PBS. (2569, 23 มีนาคม). Melayu Raya 2026 ชูศักยภาพเยาวชนสู่พลเมืองโลก. สืบค้นจาก [https://theactive.thaipbs.or.th/news/local-20260323]
.
● Wartani. (2569). Melayu Raya 2026 เยาวชนหลั่งไหลกว่า 2.6 หมื่นคน สร้างพื้นที่อัตลักษณ์ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ แต่กิจกรรมดำเนินอย่างสงบ. สืบค้นจาก [https://shorturl.asia/XHUpY]
.
● The Reporters. (2569). แถลงการณ์ มลายูรายา 2026 เรียกร้องการมีส่วนร่วมของสังคมมลายูปาตานี. สืบค้นจาก [https://shorturl.asia/PJpZ1]
.
● ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน. (2568). กลไกพิเศษ UN แสดงความกังวลต่อรัฐบาลไทยกรณีดำเนินคดีต่อนักกิจกรรม 9 คน ในกรณี Melayu Raya 2022. สืบค้นจาก [https://tlhr2014.com/archives/76106]
.
● ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน. (2568). คดีทางการเมืองทั้งหมดของ “อานนท์ นำภา”. สืบค้นจาก [https://tlhr2014.com/archives/76892]
.
● Thai Post. (2568). ศาลปัตตานียกฟ้อง “อัสมาดี” นักข่าวพลเมืองคดีขัดขวางเจ้าพนักงาน. สืบค้นจาก [https://www.thaipost.net/district-news/745778/]
.
● ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน. (2567). กลไกพิเศษ UN ได้คำร้องเรียน 5 นักกิจกรรมชาวมลายู ถูกดำเนินคดี ม.116 จากการจัดเสวนาและประชามติจำลอง. สืบค้นจาก [https://tlhr2014.com/archives/73414]
.
THE STANDARD. (2567). 25 ตุลาคม 2547 – เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ตากใบ. สืบค้นจาก [https://thestandard.co/onthisday25102547/]
.
● NationTV. (2567). วันนี้ในอดีต 12 มีนาคม 2547 “ทนายสมชาย นีละไพจิตร” ผู้ถูกบังคับสูญหาย. สืบค้นจาก [https://www.nationtv.tv/news/social/378941298]
.
● ผู้จัดการออนไลน์. (2567). บุ้ง ทะลุวัง “เหยื่อ” ทางการเมือง. สืบค้นจาก [https://mgronline.com/daily/detail/9670000042818]
.
● Patani NOTES. (2567). ยื่นฟ้องอาร์ฟาน วัฒนะ ข้อหาขัดขวางการทำงานจนท.กรณีศพ “ยาห์รี ดือเลาะ”. สืบค้นจาก [https://shorturl.asia/FAPIy](https://shorturl.asia/FAPIy)
.
● สำนักข่าวอิศรา. (2567). “พ่อบ้านใจกล้า” พบ DSI ปฏิเสธทุกข้อหา ลั่นสู้คดี พ.ร.บ.คอมพ์-ฉ้อโกง. สืบค้นจาก [https://www.isranews.org/…/south…/125331-zaharidsi.html]
.
● The Motive. (2567). นักกิจกรรมและนักศึกษาถูก SLAPP ต่อเนื่อง: รายงานสถานการณ์ปาตานี/ชายแดนใต้. สืบค้นจาก [https://shorturl.asia/k7EKX]
.
● iLaw. (2566). คดีมาตรา 112 ของลูกเกด-ชลธิชา จากกิจกรรมคาร์ม็อบหน้าศาลธัญบุรี. สืบค้นจาก [https://www.ilaw.or.th/articles/53379]